เเนะนำ ปั๊มลม Puma ราคาถูก เลือกซื้อร้านไหนดี? พร้อมวิธีติดตั้งปั๊มลมด้วยตนเอง!

หากคุณกำลังมองหาปั๊มลมที่จะนำไปใช้ในบ้าน หรือใช้ในโรงงาน ทั้งขนาดใหญ่ ทั้งขนาดเล็ก ปั๊มลม Puma ต้องเป็นปั๊มลมที่ใครหลายๆ คนคิดถึงเป็นอันดับแรก และเป็นอีกหนึ่งรุ่น คุณต้องห้ามพลาดจริงๆ เพราะนอกจากจะหาซื้อง่าย ราคาเป็นมิตรแล้ว เมื่อเกิดปัญหาอะไหล่ส่วนใดส่วนหนึ่งเสีย คุณก็สามารถหาซื้อได้ง่ายอีกด้วย

และแน่นอนว่าการหาซื้อปั๊มลม Puma นั้นก็สามารถหาซื้อได้ตามร้านทั่วไป แต่จะซื้อปั๊มลม Puma ร้านไหน? ให้ได้ในราคาที่ถูกกว่า การันตีคุณภาพ พร้อมรับประกันการใช้งาน พร้อมวิธีการเลือกซื้อ การติดตั้งปั๊มลม สำหรับใครที่ต้องการติดตั้งปั๊มลมด้วยตนเอง วิธีเหล่านั้นจะยากง่ายเค่ไหน เรามาดูกันดีกว่าค่ะ

เลือกอ่าน

“เเนะนำ ปั๊มลม Puma ราคาถูก เลือกซื้อร้านไหนดี? พร้อมวิธีติดตั้งปั๊มลมด้วยตนเอง! ”

ข้อที่ 1

“ทำไมต้องเป็นปั๊มลม Puma เท่านั้น!”

ทำไมต้องเป็น ปั๊มลม Puma เท่านั้น! 

“เพราะปั๊มลม Puma เป็นปั๊มลมคุณภาพดี ยอดขายอันดับ 1 ในประเทศไทย” และยังได้รับการยอมรับกันอย่างกว้างขวาง เป็นสินค้านำเข้ามาจากประเทศไต้หวัน โดยสินค้าได้รับการรับรองมาตรฐานต่างๆ เช่น ISO 9001, CE (มาตรฐานยุโรป), UL (มาตรฐานสหรัฐ อเมริกา) ทำให้ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ามาอย่างยาวนานจนถึงปัจจุบัน

ปั๊มลมพูม่าได้ออกแบบปั๊มลมออกมาเพื่อตอบสนองการใช้งานได้กับหลายกลุ่มทั้งกลุ่มอุตสาหกรรมโรงงานขนาดใหม่ และขนาดย่อม รวมไปถึงการใช้งานในระดับครัวเรือน มาพร้อมกับอะไหล่ที่หาซื้อได้ง่าย หมดห่วงเมื่อเกิดปัญหากับอะไหล่ของเครื่องปั๊มลม Puma ได้เลย

ข้อที่ 2

“วิธีการเลือกซื้อ ปั๊มลม Puma ให้ได้มาตรฐาน”

1. เลือกประเภทการขับปั๊ม

สิ่งเเรกที่ต้องเลือกคือ ประเภทการขับของปั๊มลม ซึ่งจะมี 2 เเบบ คือ 

  • แบบขับตรง (direct driven)
    เป็นปั๊มลมที่ หัวปั๊มติดกับมอเตอร์ มีขนาดกระทัดรัด น้ำหนักเบา ราคาถูก เเต่จะมีเสียงค่อนข้างดัง 
  • แบบขับด้วยสายพาน (belt driven) 
    เป็นปั๊มลมที่มี หัวปั๊มกับมอเตอร์แยกจากกัน เเละใช้สายพานเป็นตัวขับ มีความทนทาน ใช้รอบเครื่องต่ำกว่า ทำให้เสียงเบากว่ามากปั๊มลมเเบบขับตรง

2. เลือกชนิดมอเตอร์

  • มอเตอร์ 2 สายหรือเฟสเดียว 220 V. (ไฟบ้าน)
    มอเตอร์ชนิดนี้ใช้งานได้สะดวก แค่เสียบปลั๊กก็ใช้ได้ ใช้ได้ทุกที่ไม่มีปัญหา
  • มอเตอร์ 3 สายหรือสามเฟส 380 V. (ไฟโรงงาน)
    มอเตอร์ชนิดนี้เหมาะกับการใช้งานในโรงงาน เพราะหาที่เสียบไฟขนาด 380 โวลต์ได้ในโรงงานเท่านั้น

3. เลือกปริมาณการผลิตลม (ขนาดปั๊ม) ให้พอเหมาะ

ปั๊มลมทุกเครื่อง มีความสามารถในการผลิตลม ที่เเตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติที่คุณได้เลือกไว้ ซึ่งมีหน่วยเป็น ลิตร/นาที หรือลูกบาศเมตร/นาที หรือลูกบาศฟุต/นาที ขึ้นอยู่กับประเภทของปั๊มลม เเละความต้องการในการใช้งาน คุณสมบัติข้อนี้ถือเป็นขนาดของปั๊มลมจริงๆ ไม่ใช่วัดกันที่ขนาดของถัง อย่างที่หลายคนเข้าใจผิดกัน

4. เลือกแรงดันลมให้เหมาะสม

หากใครที่ต้องการมอเตอร์เพื่อใช้ในโรงงาน ก็ควรเลือกปั๊มลมแรงดันสูงเเน่นอนอยู่เเล้ว เเต่ถ้าหากจะนำไปใช้งานในบ้าน ควรเลือกปั๊มลมที่ขนาดพอเหมาะ ไม่สูงเกินไป เพราะแรงดันยิ่งสูงยิ่งเปลืองไฟ สึกหรอง่าย เสียงดัง เเละราคาสูงอีกด้วย เเล้วจะรู้ได้อย่างไรว่างานไหนต้องใช้เเรงลมเท่าไหร่? สามารถสอบถามร้านค้าเราได้ เราพร้อมให้คำปรึกษาคุณ 

5. เลือกขนาดถังลม

จริงๆ เเล้วขนาดของถังลมที่ใหญ่ ไม่ได้เเปลว่าจะให้ลมที่มาก ถังลมเป็นถังที่ไว้ใช้เก็บลมที่เครื่องผลิตออกมาได้มากกว่า ใช้ลมได้นานกว่าเท่านั้นเอง ซึ่งข้อดีของถังลมที่มีขนาดใหญ่คือ เก็บลมได้มากกว่า ช่วยให้ปั๊มลมได้พักเครื่องนานกว่า ไม่ต้องสตาร์ทบ่อยๆ ช่วยประหยัดไฟได้ดี แต่ก็มีราคาสูงขึ้นตามด้วย

6. เลือกปั๊มลมชนิดใช้น้ำมันกับไม่ใช้น้ำมัน

  • ปั๊มลมชนิดใช้น้ำมัน :
    เป็นปั๊มลมที่ใช้น้ำมันในการหล่อลื่น ดูเเลรักษาง่าย ใช้งานได้ยาวนานกว่า ทนทานกว่า เเต่ลมที่ได้อาจมีละอองน้ำมันปะปนอยู่ด้วย
  • ปั๊มลมชนิดไม่ใช้น้ำมัน :
    เป็นปั๊มลมชนิดไม่ต้องมีน้ำมันหล่อลื่น ใช้รอบในการทำงานต่ำมาก เพื่อป้องกันการเกิดความร้อนสูงจากโลหะเมื่อไม่มีสารหล่อลื่น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลมที่ปราศจากน้ำมันปนเปื้อน

7. เลือกร้านค้า

หลังจากเลือกปั๊มลม ที่คุณต้องการแล้ว สิ่งสุดท้ายที่ต้องพิจารณาคือ ร้านค้าที่คุณต้องการซื้อนั้นเอง เพราะปั๊มลม หากมีปัญหาขึ้นมา แล้วร้านค้าไม่รับผิดชอบขึ้นมา นอกจากจะเสียเวลามาส่งซ่อมแล้ว ยังต้องเสียเงินในกระเป๋าคุณอีกด้วย

ข้อที่ 3

“เเนะนำ ปั๊มลม Puma รุ่นยอดนิยม”

ข้อที่ 4

“การติดตั้งปั๊มลม Puma ด้วยตนเอง! ”

ในการติดตั้งปั๊มลมไม่ว่าจะยี่ห้อไหนๆ ในกล่องจะมีคู่มือมาให้อยู่เเล้ว หรือสำหรับใครที่ไม่สามารถติดตั้งได้ ทางร้านก็จะมีบริการมาติดตั้งให้อยู่เเล้ว เเต่สำหรับใครที่อยากติดตั้งด้วยตัวเอง เรามาดูกันว่าการติดตั้งปั๊มลมจะต้องทำอย่างไร? ให้ถูกต้อง ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ดังนี้

  • ตรวจสอบสภาพของปั๊มลมให้อยู่ในสภาพที่เรียบร้อย พร้อมติดตั้ง หรือให้ทางร้านเป็นคนตรวจสอบก่อน เพื่อป้องกันการชำรุดหลังจากติดตั้งเรียบร้อยเเล้ว
  • ควรติดตั้งปั๊มลมในที่ที่อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่มีฝุ่นละออง เศษฝุ่นต่างๆ หรือในที่ที่มีความชื้นสูง เพื่อยืดอายุการใช้งานของปั๊มลมให้ใช้งานได้นานยิ่งขึ้น  
  • ควรติดตั้งปั๊มลมให้ห่างจากกำเเพง หรือผนังอย่างน้อย 15 ซม. เพื่อง่ายต่อการถอด หรือประกอบใหม่หลังจากติดตั้งเเล้ว
  • ควรติดตั้งให้ใกล้ตู้เมนไฟฟ้ามากที่สุด เพราะตัวปั๊มลมจะใช้กำลังไฟในการทำงานของเครื่องเยอะ เเละกระเเสไฟฟ้าต้องมากพอด้วย หากติดตั้งตัวปั๊มลมไกลมากๆ กระเเสเเละกำลังไฟลดลง จะส่งผลให้มอเตอร์ทำงานหนักและเสียหายได้ในที่สุด
  • หากจำเป็นต้องติดตั้งปั๊มลมหลายๆ เครื่องในสถานที่เดียวกัน ควรตั้งให้ห่างจากกันประมาณนึง เพื่อประสิทธิภาพในการทำงานของปั๊มลม
  • หากปั๊มลมต้องทำงานร่วมกับเครื่องจักรต่างๆ ควรวางแผนในการติดตั้งปั๊มลมให้อยู่ในจุดที่เหมาะสม ไม่ควรมีระยะห่างกับอุปกรณ์ลมอื่น ๆ จนเกินไป เพิ่อไม่ให้เเรงลมลดลง จนแรงไม่พอที่จะขับเคลื่อนเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ในการทำงานได้

หากมีปัญหาในการติดตั้งปั๊มลมหรือต้องการขอคำปรึกษาการติดตั้ง Iconservice เรามีบริการหลังการขาย ให้คำปรึกษาจากวิศวกรผู้มีประสบการณ์ในวงการอุตสาหกรรม ฟรี!

ติดต่อ ขอคำปรึกษากับเรา

ข้อที่ 5

“การดูเเลรักษาปั๊มลม Puma ให้ใช้งานได้นานยิ่งขึ้น”

การดูเเลรักษาปั๊มลม Puma ให้ใช้งานได้นานยิ่งขึ้น

เพื่อยืดอายุการใช้งานของของปั๊มลม ให้สามารถใช้งานได้ยาวนานยิ่งขึ้น เรามีวิธีการดูแลรักษาปั๊มลมง่ายๆ ดังนี้

  1. ก่อนเปิดใช้งาน ควรตรวจสอบน๊อตว่าขันแน่นทุกตัว ให้เรียบร้อยทุกครั้ง
  2. ตรวจเช็คสายพานก่อนและหลังใช้งานทุกครั้ง ให้ตั้งตรง ไม่ตึง ไม่หย่อนจนเกินไป เพื่อป้องกันอันตรายในขณะการใช้งาน
  3. เช็คน้ำมันที่หัวปั๊มเครื่องทุกครั้ง ให้อยู่ในระดับตาแมวน้ำมันอยู่เสมอ
  4. ควรเปิดเดินเครื่องทุกวัน อย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง
  5. ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องทุกๆ 500 ชม.
  6. ควรเลือกใช้น้ำมันเครื่องของปั๊มลมโดยเฉพาะ เพื่อป้องกันความเสียหาย
  7. ควรทำความสะอาดปั๊มลมอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเช็คความผิดปกติของเครื่อง
  8. ถ่ายน้ำในถังของตัวปั๊มทุกวัน หลังใช้งานเสร็จ
  9. หากพบอาการผิดปกติของปั๊มลมที่ไม่สามารถแก้ด้วยตัวเองได้ ให้รีบปรึกษาตัวแทนจำหน่ายโดยเร็วที่สุด

ข้อที่ 6

“สรุป ”

ปั๊มลม Puma เป็นปั๊มลมได้รับความนิยมอย่างมาก นอกจากจะหาซื้อได้ง่าย หมดกังวลเรื่องอะไหล่หายาก มีหลายขนาดให้เลือกแล้ว ยังมีคุณภาพตรงตามมาตรฐานต่างๆ อีกด้วย และเราหวังว่าข้อมูลแน่นๆ ทั้งวิธีการติดตั้ง วิธีการเลือกซื้อ และวิธีการดูแลปั๊มลม ที่เราได้นำมาให้ทุกคนได้อ่านก่อนวันนี้ สามารถช่วยให้คุณได้เลือกซื้อปั๊มลมที่ดีแน่นอน!

บทความที่น่าสนใจ
” มารู้จักกับ Air Dryer หรือ เครื่องสร้างลมแห้ง ที่คุณควรติดตั้งควบคู่กับปั๊มลม เพื่อให้ได้ลมที่สะอาดปราศจากความชื้น นำไปใช้งานต่อได้อย่างสมบูรณ์ ”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

two + fifteen =